สารสกัด ทับทิม

สารสกัด ทับทิม ทับทิม คือผลไม้ที่นิยมรับประทานอย่างมากมาย โดยใช้ประโยชน์จากส่วนที่เป็นผลสดสูงที่สุดรวมทั้งยังนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆดังเช่น น้ำทับทิม สารสกัดจากทับทิม สินค้าด้านความสวยสดงดงาม ทั้งยังใช้ทำเป็นยารักษาโรคตามสูตรยาโบราณในหลายประเทศ ทัมทิมอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระรวมทั้งสารพฤกษเคมีหลายประเภทที่มีประโยชน์ต่อสภาพร่างกาย จึงเชื่อว่าบางทีอาจมีประโยชน์สำหรับเพื่อการคุ้มครองโรคหรือบรรเทาอาการ ดังเช่นว่า โรคปอดอุดกันเรื้อรังหรือทุเลาอาการหายใจลำบากจากโรคนี้ โรคหัวใจแล้วก็เส้นเลือด สารสกัดทับทิม คอเลสเตอรอลสูง โรคในระบบทางเดินอาหาร โรคความดันเลือดสูง โรคในช่องปากและโรคเหงือก โรคริดสีดวงทวาร โรคผิวหนัง รวมทั้งอื่นๆในตอนนี้ยังมีงานศึกษาเรียนรู้วิจัยที่เล่าเรียนการใช้ทับทิมในรูปแบบแตกต่างกันกับการดูแลรักษาโรคที่ค่อนข้างจำกัด ทำให้ยังไม่อาจจะกำหนดคุณภาพของทับทิมต่อการดูแลรักษาโรคได้แจ่มชัด ซึ่งตัวอย่างการศึกษาเรื่องทับทิมกับโรคต่างๆมีดังนี้

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ทับทิมจัดเป็นไม้ยืนต้นหรือพรรณไม้พุ่มไม้ขนาดเล็ก ลักษณะผิวเปลือกรวมทั้งลำต้นเป็นสีเทา มีหนามแหลมยาว ใบมีลักษณะเป็นรูปยาวรี ผิวข้างหลังใบหมดจดวาว ใต้ท้องใบจะเห็นเส้นใบได้ชัด ขนาดใบกว้างโดยประมาณ 1 – 1.8 เซนติเมตร ยาวโดยประมาณ 2.5 – 6 เซนติเมตร ดอกออกเป็นช่อหรือเป็นดอกเดียวในบริเวณปลายยอดหรือง่ามกิ่ง

รูปแบบของดอกเป็นสีส้ม สีขาว หรือสีแดง ดอกหนึ่งมีกลีบดอกโดยประมาณ 6 กลีบ ตรงกลางดอกมีเกสรตัวเมียและก็เกสรตัวผู้ซึ่งมีอับเรณูเป็นสีเหลือง ขนาดของดอกเมื่อบานเต็มที่มีเส้นผ้าศูนย์กลาง ราว 2-3 ซม. ผลมีลักษณะเป็นรูปค่อนข้างกลม ผิวเปลือกนอกดกเกลี้ยง เมื่อสุกเต็มกำลังจะมีสีเหลืองผสมแดง จะแตกหรืออ้าออก ภายในผลจะมีเมล็ดเยอะๆ เป็นรูปเหลี่ยม มีสีชมพูสด

โรคหลอดเลือดแดงแข็ง

ทับทิมคือผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลายตัว สารสกัด ทับทิม อย่างเช่น สารเอลลาจิแทนนิน (Ellagitannin) สารแทนนิน (Tannin) สารแอนโทไซยานิน (Anthocyanins) สารโพลิฟีนอล (Polyphenol) ที่มั่นใจว่าช่วยยั้งปฏิกิริยาต่อต้านอนุมูลอิสระของไขมันไม่ดี ลดการผลิตโฟมเซลล์ แล้วก็ลดการแข็งตัวของเส้นโลหิต จึงอาจช่วยลดการเสี่ยงสำหรับในการกำเนิดโรคเส้นโลหิตแดงแข็งจากการศึกษาฤทธิ์การต่อต้านสารอนุมูลอิสระของทับทิมในคนที่มีน้ำหนักเกินจำนวน 22 คน

จากการกินอาหารเสริมที่มีสารสกัดทับทิม วันละ 1,000 มก. (มีกรดแกลลิค 610 มิลลิกรัม) รวมทั้งประเมินผลจากค่า TBARS ในเลือด (Thiobarbituric Acid Reactive Substances: TBARS) ซึ่งเป็นค่าการวัดฤทธิ์สำหรับในการต้านสารอนุมูลอิสระ เพื่อเปรียบเทียบกับผลก่อนจะมีการทดลอง พบว่าค่าดังกล่าวมาแล้วข้างต้นลดน้อยลง จึงคาดว่าการรับประทานทับทิมบางทีอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจแล้วก็เส้นเลือดนอกจากนี้

ยังมีงานศึกษาค้นคว้าและทำการวิจัยอีกชิ้นให้ผู้เจ็บป่วยโรคเส้นเลือดแดงแข็งจำนวน 15 คน ทานอาหารเสริมจากทับทิมเป็นระยะเวลามากยิ่งกว่า 1 ปีขึ้นไปแล้วก็ 3 ปีขึ้นไป เปรียบเทียบกับกรุ๊ปที่มิได้ทานอาหารเสริม ผลปรากฏว่า กรุ๊ปที่กินอาหาร 3 ปีขึ้นไป หรูหราไขมันที่น้อยลงโดยประมาณ 16% เมื่อเปรียบเทียบกับกรุ๊ปอื่น ก็เลยทำให้เห็นว่าการรับประทานสารสกัดจากทัมทิมมากกว่า 3 ปี อาจมีส่วนช่วยสำหรับในการลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเส้นโลหิตแดงแข็ง ทั้งนี้ ยังคงจะต้องมีการเล่าเรียนเพิ่มเติมอีกในระยะยาวกับกลุ่มการทดสอบขนาดใหญ่มากเพิ่มขึ้น ทำให้ยังไม่อาจจะสรุปผลของทับทิมรวมทั้งการรักษาโรคหลอดเลือดแดงแข็งได้อย่างชัดเจน

โรคเหงือกอักเสบ

ทับทิมคือผลไม้อีกประเภทที่มีคุณสมบัติช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย จึงถูกนำมาใช้เป็นตัวเลือกสำหรับในการรักษาโรคเหงือก เนื่องมาจากการดูแลและรักษาหลักบางแนวทางที่ยังไม่มีประสิทธิภาพพอเพียงสำหรับในการทุเลาอาการจากโรคมากซักเท่าไหร่และลดความเสี่ยงด้านที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจากการดูแลและรักษาโรคนี้โดยใช้สารเคมีจากการทดลองทางคลินิกกับคนเจ็บโรคเหงือกอักเสบเรื้อรัง จำนวน 40 คน

เพื่อดูความสามารถของเจลสารสกัดจากทับทิมเป็นระยะเวลา 224 ชั่วโมง โดยในแต่ละกรุ๊ปจะใช้วิธีรักษาที่ไม่เหมือนกัน ผลพบว่า กลุ่มที่ใช้เจลสารสกัดจากทับทิมพร้อมกันกับการรักษาโรคเหงือกอักเสบโดยแนวทางการขูดหินน้ำลาย เกลารากฟัน (Mechanical Debridement) มีอาการดีขึ้นข้างใน 7 วันแรก เมื่อเปรียบเทียบกับกรุ๊ปที่เหลือสำหรับการทดสอบ

ซึ่งเจลสารสกัดจากทับทิมจึงบางทีอาจนำไปปรับใช้เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลโพรงปากสำหรับคนเจ็บโรคเหงือกอักเสบควบคู่กับการดูแลรักษาด้วยวิธีรักษาที่เป็นมาตรฐานในอนาคตสอดคล้องกับการทดสอบอีกชิ้นที่เล่าเรียนความสามารถของน้ำยาบ้วนปากที่มีสารสกัดจากทับทิมเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ใช้ยาหลอกต้นแบบเจลในการรักษาผู้ที่เป็นโรคเหงือกอักเสบจำนวน 32 คน

พบว่าการใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีสารสกัดจากทับทิม สารสกัด ทับทิม วันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 4 อาทิตย์ มีสุขภาพโพรงปากดีขึ้นรวมทั้งปัญหาโรคเหงือกอักเสบลดน้อยลงมากกว่ากลุ่มที่ใช้ยาหลอก การวิจัยชิ้นนี้ชี้ให้เห็นว่าสารสกัดจากทับทิมอาจใช้ประโยชน์เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เพื่อดูแลช่องปาก อย่างเช่น ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก เพื่อช่วยป้องกันและก็บรรเทาลักษณะของโรคเหงือกอักเสบ

ป้องกันการเกิดคราบจุลชีพ

สารสกัดจากทับทิมมีประสิทธิภาพในการลดคราบเปื้อนจุลอินทรีย์ตามผิวฟัน รวมทั้งบางทีอาจนำมาซึ่งโรคทางโพรงปากอีกหลายอย่าง ซึ่งจากการทดสอบให้อาสาสมัครที่มีสุขลักษณะในโพรงปากดี ปริมาณ 30 คน หยุดใช้น้ำยาบ้วนปากที่เคยใช้ปกติ แต่สลับมาใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีสารสกัดจากทับทิม น้ำยาบ้วนปากคลอเฮกสิดีน (Chlorhexidine) แล้วก็ยาหลอกในแต่ละกรุ๊ป

โดยใช้บ้วนปาก วันละ 2 ครั้ง ตรงเวลา 5 วัน ผลพบว่าอาสาสมัครที่ใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีสารสกัดจากทับทิมมีอัตราการเกิดรอยเปื้อนจุลชีวันลดลงอย่างมีนัยสำคัญมากกว่ายาหลอก แต่ว่ามีคุณภาพไม่ต่างจากน้ำยาบ้วนปากคลอเฮกสิดีน จึงพอเพียงจะบอกได้ว่าสารสกัดจากทับทิมบางทีอาจลดโอกาสสำหรับในการกำเนิดคราบเปื้อนจุลอินทรีย์ภายในช่องปากเวลาเดียวกัน

การศึกษาเล่าเรียนอีกชิ้นก็ชี้ว่าสารสกัดทับทิมคงจะมีส่วนช่วยในการลดการเกิดคราบเปื้อนจุลชีวัน ซึ่งในการทดลองได้เก็บคราบเปื้อนจุลชีวันจากโพรงปากของอาสาสมัครที่มีสุขภาพแข็งแรงแล้วก็กำลังจัดฟัน อายุ 9-25 ปี จำนวน 60 คน หลังงดแปรงฟันเป็นระยะเวลา 1 วัน เพื่อเปรียบผลก่อนและหลังการใช้น้ำยาบ้วนปากจำพวกต่างกันในแต่ละกลุ่ม ดังเช่น

น้ำยาบ้วนปากจากสารสกัดทับทิม น้ำยาบ้วนปากคลอเฮกสิดีน และก็ยาหลอก ปรากฏพบว่า น้ำยาบ้วนปากจากสารสกัดทับทิมมีประสิทธิภาพในการลดคราบเปื้อนจุลชีพลงมากที่สุดราวๆ 84% รองลงมาเป็นน้ำยาบ้วนปากคลอเฮกซิดีน 79% รวมทั้งยาหลอกที่ลดลงเพียงแต่ 11% จึงอาจกล่าวได้ว่าสารสกัดจากทับทิมมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียและเป็นตัวเลือกสำหรับในการใช้ขจัดคราบจุลินทรีย์บนผิวฟัน ดังนี้ จากข้อมูลข้างต้นยังคงควรจะมีการตำหนิดตามผลในระยะยาวจากการใช้สารสกัดทับทิมอย่างสม่ำเสมอ เนื่องมาจากระยะเวลาในการทดลองค่อนข้างสั้น

สภาวะคอเลสเตอรอลสูง

ทับทิมมีคุณประโยชน์ที่กล่าวกันว่าสามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้อย่างดีเยี่ยม จากการเรียนรู้ผลการกินน้ำทับทิมเข้มข้น 40 กรัม ในคนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานประเภทที่ 2 และมีภาวะไขมันในเลือดสูงปริมาณ 22 คน เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์โดยระหว่างการทดสอบจะมีการเก็บข้อมูลอาหารที่รับประทานอาหารข้างใน 24 ชั่วโมง ทุกๆ10 วัน (รวมถึงอาหารที่มีสารฟลาโวนอยด์)

หลังจบอาทิตย์ที่ 8 พบว่าคนไข้มีระดับไขมันรวม ไขมันประเภทไม่ดี อัตราส่วนของไขมันไม่ดีกับไขมันดี และอัตราส่วนของไขมันรวมกับไขมันดีที่มีสะสมอยู่ในเลือดน้อยลง แต่ว่าไม่พบความเคลื่อนไหวของระดับไตรกลีเซอไรด์แล้วก็ระดับความเข้มข้นของไขมันดี ซึ่งชี้ให้เห็นว่าน้ำทับทิมอาจมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจโดยลดระดับไขมันในผู้ป่วยโรคเบาหวานลง

แม้กระนั้นยังบอกมิได้แจ่มชัด เพราะว่าอาหารประเภทอื่นที่รับประทานอาจมีส่วนช่วยสำหรับในการลดไขมันในเลือดได้เหมือนกัน และก็กรุ๊ปการทดสอบมีขนาดเล็ก จำเป็นต้องขยายผลการศึกษาในกลุ่มที่ใหญ่ขึ้นเสริมเติม นอกนั้น การดูแลและรักษาภาวการณ์คอเลสเตอรอลสูงต้องมีการควบคุมของกินและก็การบริหารร่างกายไปพร้อม ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อการลดระดับไขมันในเลือดเพิ่มมากขึ้น

โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง

ทับทิมอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลายประเภท สาร สกัดทับทิม โดยเฉพาะสารโพลีฟีนอลที่พบมากในทับทิม จากรายงานผลที่เจอในห้องแลปบอกว่าสารกลุ่มนี้มีส่วนสำคัญสำหรับการทุเลาอาการของโรคปอดอุดกันเรื้อรังรวมทั้งบางทีอาจชะลอไม่ให้โรคพัฒนาอย่างเร็ว จึงมีการเรียนประสิทธิภาพของสารโพลีฟีนอลในคนเสริมเติม โดยให้คนป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง จำนวน 30 คน

แบ่งเป็นกรุ๊ปที่ดื่มน้ำทับทิม 400 มล. (มีสารโพลิฟีนอล 2.66 กรัม) เปรียบเทียบกับอีกกรุ๊ปที่กินยาหลอกติดต่อกันทุกๆวันเป็นระยะ 5 อาทิตย์ ผลปรากฏว่า ไม่พบสารโพลิฟีนอลทั้งยังในเลือดรวมทั้งฉี่ของคนเจ็บ ทั้งยังยังไม่พบไม่เหมือนกันอย่างเป็นจริงเป็นจังระหว่าง 2 กลุ่ม ก็เลยคาดว่าทับทิมไม่น่ามีส่วนช่วยสำหรับในการรักษาหรือทุเลาโรคปอดอุดกันเรื้อรังโดยปกติสารอาหารที่ไปสู่ร่างกายจะถูกเผาผลาญผ่านกระบวนเมตาบอลิซึม

และตรวจพบได้ในเลือดหรือปัสสาวะ แม้กระนั้นผลวิจัยกลับไม่พบสารโพลีฟีนอลจากการรับประทาน ซึ่งบางทีอาจเกิดขึ้นจากการเสื่อมสลายสารพวกนี้โดยจุลินทรีย์ในระบบที่ทำหน้าที่ย่อยอาหาร จำเป็นจะต้องทำความเข้าใจขั้นตอนซับสารอาหารที่แตกต่างกันก่อนที่จะกล่าวอ้างถึงประโยชน์ด้านที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจากการรับประทาน ด้วยเหตุว่าสารอาหารที่พบในอาหารที่รับประทานอาจไม่ได้ถูกนำไปใช้ผลดีภายในร่างกายมนุษย์เราทั้งปวง

โรคแล้วก็อาการอื่นๆ

ได้แก่ โรคหลอดเลือดหัวใจ การหย่อนสมรรถนะทางเพศ สารสกัด ทับทิม เจ็บกล้ามเนื้อหลังการออกกำลังกาย กลุ่มอาการอ้วนลงพุง โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก เยื่อบุช่องปากอักเสบ ผิวไหม้จากแดด การรับเชื้อทริวัวโมแนส (Trichomoniasis) ท้องร่วง โรคบิด เจ็บคอ โรคริดสีดวงทวาร อาการวัยทอง และอื่นๆยังจำเป็นต้องทำการค้นคว้าวิจัยเพิ่มอีกเพื่อหาหลักฐานเกี่ยวกับความสามารถและก็ความปลอดภัยของทับทิมสำหรับการรักษาโรค

ความปลอดภัยในการรับประทานทับทิมหรือผลิตภัณฑ์จากทับทิม

1.โดยธรรมดาการกินน้ำทับทิมค่อนข้างจะมีความปลอดภัย แต่ว่าในบางรายที่มีอาการแพ้ผลสดของทับทิมอาจเกิดผลข้างเคียงจากการดื่มน้ำทับทิมได้

2.รากทับทิมประกอบด้วยสารที่เป็นพิษต่อสุขภาพร่างกาย การรับประทานรากและก็ลำต้นของทับทิมในจำนวนมากบางทีอาจไม่ปลอดภัย

3.สารสกัดจากทับทิมค่อนข้างจะปลอดภัยสำหรับในการรับประทานหรือประยุกต์ใช้กับผิวหนัง แม้กระนั้นอาจส่งผลให้กำเนิดอาการแพ้น้อยในบางราย ได้แก่ อาการคัน บวม น้ำมูกไหล หรือหายใจไม่สะดวก

4.การรับประทานน้ำทับทิมค่อนข้างจะมีความปลอดภัยสำหรับหญิงตั้งครรภ์หรืออยู่ในตอนให้นมบุตร แต่ยังไม่มีรายงานการันตีความปลอดภัยสำหรับในการกินหรือใช้ทับทิมในรูปแบบอื่น อย่างเช่น สารสกัดจากทับทิม สารสกัด ทับทิม จำเป็นที่จะต้องขอคำแนะนำแพทย์ก่อนการกินทุกหนน้ำทับทิมอาจส่งผลให้ความดันโลหิตลดลดลงนิดหน่อย ซึ่งอาจจะเป็นผลให้คนไข้ที่มีภาวการณ์ความดันต่ำอาการแย่ลง

5.ผู้ที่มีลักษณะแพ้จากพิษพืชอาจมีการเสี่ยงที่จะกำเนิดอาการแพ้จากการรับประทานทับทิม

6.คนเจ็บที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดควรจะหยุดกินทับทิมอย่างน้อย 2 อาทิตย์ เหตุเพราะทับทิมทำให้ความดันโลหิตต่ำลง ก็เลยบางทีอาจกระทบต่อความดันเลือดในขณะผ่าตัดหรือมีผลต่อเนื่องไปยังข้างหลังการผ่าตัด

7.การรับประทานทับทิมพร้อมกันกับยาบางจำพวกอาจจะส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาระหว่างยา ดังเช่น ยาที่เกี่ยวพันกับหลักการทำงานของตับโดยเอนไซม์ตับ Cytochrome จำพวก P450 2D6 หรือประเภท P450 3A4 ยาลดความดันเลือดหรือเอซีอี อินฮิบิเตอร์ ยารักษาโรคความดันโลหิตสูง ยาโรสุวาสแตว่ากล่าวน คนที่รับประทานยาเป็นประจำหรือมีโรคประจำตัวควรขอความเห็นแพทย์ก่อนจะมีการรับประทานเพื่อให้เกิดความปลอดภัย

กลับสู่หน้าหลัก https://www.ezrasnefesh.com/

My Review

Review Form...

Reviews

Loading Reviews...