สาร สกัดทับทิม

สาร สกัดทับทิม คือผลไม้ที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอิหร่านทางตอนใต้ของอัฟกานิสถาน ผลไม้จำพวกนี้จะชอบอากาศหนาวเป็นพิเศษ ยิ่งหนาวมากเท่าไหร่ เนื้อทับทิมนั้นจะมีสีแดงเข้มมากยิ่งขึ้นแค่นั้น และก็ยังเป็นผลไม้มงคลของคนจีนอีกด้วย เนื่องจากว่าทับทิมมีเม็ดมากมายจึงสื่อความหมายถึงการมีลูกชายมากๆด้วยนั่นเอง โดยกิ่งใบของทับทิมก็นำมาใช้ในพิธีการต่างๆที่มีน้ำมนต์ในการประกอบพิธีหรือนำมาใช้พรมน้ำมนต์เนื่องจากมั่นใจว่ามีไว้ติดตัวจะช่วยในหัวข้อการปกป้องจากอันตรายต่างๆได้ด้วยทับทิมยังนับได้ว่าเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพ สารสกัดทับทิม โดยประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากทับทิมและก็สรรพคุณของทับทิมนั้นมีล้นหลาม ด้วยทับทิมนั้นคือผลไม้ที่มีรสหวานออกเปรี้ยว น้ำทับทิมก็เลยมีวิตามินซีสูงและก็ยังประกอบด้วยเกลือแร่ต่างๆที่มีสาระต่อสุขภาพร่างกาย ก็เลยช่วยต้านทานอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี และยิ่งกว่านั้นยังมีคุณประโยชน์เป็นยารักษาโรคได้อีกด้วย ได้แก่ ทุเลาอาการโรคหัวใจ รักษาภาวะความดันโลหิตสูง ช่วยลดสถานการณ์การแข็งตัวขอเลือด รักษาโรคท้องเดิน โรคบิด เป็นต้น

การศึกษาเล่าเรียนทางพิษวิทยาของทับทิม

1.การทดสอบความเป็นพิษ

สารสกัดจากทับทิม และก็น้ำทับทิม ไม่พบว่าเป็นพิษเมื่อให้คนเจ็บโรคเส้นเลือดตีบกินต่อเนื่องกันเป็นเวลา 3 ปี สำหรับการทดสอบความเป็นพิษฉับพลันพบว่าสารสกัดด้วยเอทานอลจำนวนร้อยละ 50 จากส่วนเหนือดิน สารสกัดด้วยน้ำ สารสกัดด้วยอัลกอฮอล์จากราก และสารสกัดด้วยอัลกอฮอล์จากผล มีความเป็นพิษปานกลางถึงมากมาย เมื่อฉีดเข้าทางท้องหนูเม้าส์

ส่วนสารสกัดด้วยเอทานอลปริมาณร้อยละ 50 จากดอก สาร สกัดทับทิม ไม่เป็นพิษต่อหนูเม้าส์เมื่อให้โดยการฉีดเข้าช่องท้องขนาด 1 กรัม/กิโล ในระหว่างที่สารสกัดผลทับทิมที่มี punicalagin ซึ่งเป็น ellagitannin จำนวนร้อยละ 30 มีความเป็นพิษเล็กน้อยเมื่อให้หนูแรททางปาก แต่มีความเป็นพิษมากเมื่อฉีดเข้าท้องจากการทดสอบความเป็นพิษครึ่งหนึ่งเรื้อรังของสารสกัดดังกล่าว

ไม่พบความเป็นพิษต่อหนูแรทเมื่อป้อนสารสกัดขนาด 600 มก./กก./วัน ตรงเวลา 90 วัน และไม่พบความเป็นพิษเมื่อให้หนูแรทกินอาหารที่มีสาร punicalagin ผสมอยู่จำนวนร้อยละ 6 เป็นเวลา 37 วัน ก็แค่ทำให้ความต้องการของกินลดลง กรดแทนนิกแล้วก็สาร pelletierine มีความเป็นพิษเมื่อให้กระต่ายทางปากในขนาด 1 กรัม/กก. เป็นเวลา 40 วัน สารสกัดเปลือกทับทิมด้วยน้ำสามารถทำให้นกกระจอกตัวผู้ตายเมื่อให้ในขนาด 0.4 มิลลิลิตร/วัน

2.ความเป็นพิษต่อตับ

สารสกัดจากเปลือกผลส่วนที่มี gallotannin ความเข้มข้นปริมาณร้อยละ 0.5 เมื่อฉีดเข้าท้องหนูเม้าส์วันละ 20 มล./โล เป็นเวลา 2 วัน พบว่าตับถูกทำลายอย่างรุนแรง

3.พิษต่อระบบแพร่พันธุ์

เปลือกผลทับทิมมีฤทธิ์คุมกำเนิดเมื่อให้หนูทั้ง 2 เพศกินในขนาด 18 กรัม/โล โดยผสมในอาหาร สารสกัดด้วยน้ำร้อนไม่ระบุส่วนและขนาดที่ให้มีฤทธิ์คุมกำเนิดเมื่อทดสอบในหนูแรทเพศเมีย สารสกัดด้วยน้ำแล้วก็เอทานอลขนาด 1.82 กรัม/โล เมื่อให้ทางกระเพาะแก่หนูแรท พบว่าส่งผลยับยั้งการฝังตัวของตัวอ่อนเหมือนกัน อย่างไรก็แล้วแต่

สารสกัดด้วยเอทานอลจากผล แล้วก็ราก เมื่อให้หนูแรทกินในขนาด 200 มิลลิกรัม/กิโลกรัม พบว่าไม่ทำให้แท้ง สารสกัดด้วยเอทานอลจากผล สารสกัดด้วยอะซีโตน สารสกัดด้วยเมทานอล สารสกัดด้วยเอทานอลจำนวนร้อยละ 50 จากทั้งต้น ให้ในขนาด 200 มิลลิกรัม/กิโลกรัม แล้วก็สารสกัดด้วยอะซีโตน สารสกัดด้วยน้ำร้อน สารสกัดด้วยเมทานอลจากราก

ในขนาด 150 มก./โลไม่พบความเป็นพิษต่อตัวอ่อนของหนูแรท สาร สกัดทับทิม ในตอนที่เมื่อฉีดสารสกัดจากผลไม่กำหนดขนาดเข้าช่องท้องหนูแรทเพศภรรยา รวมทั้งให้หนูรับประทานสารสกัดด้วยเอทานอล ขนาด 200 มิลลิกรัม/กิโลกรัม หรือให้สารสกัดด้วยบิวทานอล สารสกัดน้ำจากผล ขนาด 1.82 กรัม/กิโลกรัม ทางกระเพาะแก่หนูแรทพบว่าไม่เป็นผล

4.ทำให้แพ้ มีรายงานการแพ้ในผู้ที่กินผลสดของทับทิม

โดยจะเกิดผื่นลมพิษ การบวมที่ลิ้น ริมฝีปาก มือ แขน บริเวณใบหน้า คันตา ตาแดง ระคายเคืองจมูก หายใจไม่สะดวก และก็เกิดภาวะแพ้รุนแรง (anaphylactic) เป็นต้น แล้วก็ยังมีแถลงการณ์ว่าเด็กที่รับประทานเมล็ดทับทิมแล้วเกิดอาการหอบหืดประเภทที่เกี่ยวกับ IgE ขึ้น นอกเหนือจากนี้การทดลองการแพ้ทางผิวหนังของผลสด พบว่ามีลักษณะอาการแพ้

การศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชของทับทิม

1.คุณค่าสารต้านอนุมูลอิสระ

น้ำทับทิมมีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระดีเลิศ สารสกัด ทับทิม เกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากจากสารกลุ่มโพลีฟีนอลรวมทั้งแอนโทไซยานินจำนวนสูงที่เจอในน้ำทับทิม จำนวนเท่ากันน้ำทับทิมมีฤทธิ์ต้านทานต้านอนุมูลอิสระเป็น 3 เท่าของเหล้าองุ่นและชาเขียว แล้วก็สูงขึ้นยิ่งกว่าน้ำบลูเบอร์รี น้ำแครนเบอร์รี น้ำองุ่นสีม่วง และก็น้ำผลไม้จำพวกอื่น

2.จากการศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัยพบว่าเปลือกทับทิม

มีสารกลุ่มแทนนินสูงถึงจำนวนร้อยละ 22-25 โดยมีสารกลุ่มมึงลโลแทนนิน (gallotannin) รวมทั้งเอลลาจิแทนนิน (ellagitannin) จำนวนสูง เปลือกทับทิมตากแห้งใช้เป็นยาแก้ท้องเสียและก็โรคบิดได้ สารกรุ๊ปเอลลาจิแทนนิน มีคุณลักษณะเป็นตัวต้านอนุมูลอิสระที่ดี

3.ค่าด้านป้องกันและรักษามะเร็ง

น้ำทับทิมมีผลลดการเกิดมะเร็งเต้านม มะเร็งผิวหนัง งานศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัยพบว่าน้ำทับทิมสดและน้ำทับทิมที่ผ่านการหมักดองมีฤทธิ์ยับยั้งการเติบโตของเซลล์ของโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งผิวหนัง เชื่อว่าสารที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเซลล์ของมะเร็งเต้านมปริมาณหนึ่งมีฤทธิ์เป็นเอสโทรเจนจากพืช

4.สารกรุ๊ปเอลลาจิแทนนินจากเปลือกผลทับทิม

มีฤทธิ์ต่อต้านการเจริญเติบโตของเซลล์ของมะเร็งกว่า 13 ชนิด ตัวอย่างเช่น โรคมะเร็งผิวหนัง โรคมะเร็งลำไส้ โรคมะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งตับ เป็นต้น

5.เอลลาจิแทนนินเป็นสารโพลีฟีนอล

สำคัญที่เจออยู่ในน้ำทับทิมจำนวนมาก เมื่อผ่านไปสู่ร่างกายจะถูกเปลี่ยนสภาพเป็นกรดเอลลาจิกซึ่งจะถูกแบคทีเรียภายในร่างกายมนุษย์ เปลี่ยนเป็นอนุพันธ์ของสารยูโรลิทินเอ (urolithin A derivative) ถัดไป ในสัตว์ทดสอบพบว่าหนูทดลองที่ได้รับสารสกัดเข้มข้นของน้ำทับทิมมีการสะสมสารยูโรลิทินเอมากในอัณฑะ ลำไส้ใหญ่และลำไส้เล็ก

6.งานค้นคว้าเดียวกันในห้องแลป

พบว่ากรดเอลลาจิกและก็ยูโรลิทินเอ ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ของมะเร็งอัณฑะมนุษย์ คณะนักวิจัยมีความคิดว่าน้ำทับทิมมีฤทธิ์คุ้มครองปกป้อง การเกิดมะเร็งอัณฑะด้วย

7.นอกเหนือจากนี้ สารดังที่ได้กล่าวมาแล้วมีคุณลักษณะทำลายเซลล์มะเร็งหลอดอาหารและลำไส้ใหญ่

พบว่าเมื่อให้กรดเอลลาจิกกับสัตว์ทดสอบที่นำมาซึ่งมะเร็ง สาร สกัดทับทิม  สารดังที่กล่าวมาข้างต้นจะก่อให้เซลล์ของมะเร็งถูกทำลายโดยกลไกการแตกตัวของตัวมันเองได้

8.คุณประโยชน์ปกป้องโรคกระดูกพรุน

เจอน้ำทับทิมส่งผลหยุดหลักการทำงานของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีที่ทำลายกระดูกอ่อนในห้องทดลอง ก็เลยจำต้องรอคอยให้มีการเรียนรู้ผลของการบริโภคน้ำทับทิมว่ามีผลทำให้อัตราการเสื่อมของกระดูกอ่อนลดน้อยลงไหม

9.น้ำทับทิมมีคุณลักษณะ

ทำให้ผิวหน้าเต่งตึงได้ ใช้น้ำทับทิมราวๆ 1 ช้อนชาทาบนใบหน้า ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น นอกจากนั้นการกินน้ำทับทิมยังช่วยทำให้ผิวสวยจากข้างใน โดยคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระจะป้องกันผิวจากการทำลายของรังสีอัลตราไวโอเลต ทั้งเสริมสุขภาพส่วนประกอบเยื่อใต้ผิวหนังชั้นนอกด้วย

10.ฤทธิ์รักษาอาการอุจจาระตก

ตำรับยาที่มีเปลือกผลทับทิมเป็นองค์ประกอบ สามารถรักษาอาการท้องเดินในเด็กแล้วก็เด็กอ่อน 305 คน โดยอาการหายไปภายใน 1-3 วัน จำนวน 281 คน และมีลักษณะอาการดีขึ้น 9 คน สารสกัดเปลือกผลทับทิมโดยการต้มกับน้ำ แล้วสกัดด้วยเอทานอลร้อยละ 95 หรือ เอทานอลปริมาณร้อยละ 50 มีฤทธิ์ลดความถี่ของการถ่ายอุจจาระ รวมทั้งยับยั้งการหลั่งสารของไส้ในหนูที่ถูกเหนี่ยวนำให้อุจจาระหล่นด้วยน้ำมันละหุ่ง, แมกนีเซียมซัลเฟต, เซนโนไซด์ บี รวมทั้ง misoprostol

สารสกัดเปลือกทับทิมยังมีฤทธิ์ยั้งการเคลื่อนไหวของลำไส้เล็ก แล้วก็ลดการบีบตัวของไส้ซึ่งถูกชักนำโดย acetylcholine ตำรับยาที่มีสารสกัดจากเปลือกผลทับทิม เป็นองค์ประกอบมีฤทธิ์รักษาอาการอุจจาระตกในหนูแรทที่ถูกรั้งนำให้อุจจาระตกด้วยน้ำมันละหุ่ง โดยยืดระยะเวลาจากการเริ่มถ่ายคราวแรกรวมทั้งลดการถ่ายเหลว นอกจากนั้นยังมีผลยับยั้งการเคลื่อนของลำไส้ด้วย

กลไกสำหรับเพื่อการยับยั้งอาการท้องเดินของเปลือกผลทับทิม อาจเกิดขึ้นเนื่องจากการเพิ่มการดูดซึมของน้ำในไส้หรือลดการขับน้ำออกสู่ไส้ และก็ลดการบีบตัวของลำไส้ในสัตว์ทดลอง นอกจากนั้นยังพบว่าสารสกัดด้วยเมทานอลจากเมล็ดสามารถรักษาอาการอุจจาระร่วงในหนูแรทได้ โดยลดความถี่ของการถ่าย ยับยั้งการเคลื่อนไหวของลำไส้ และก็ยับยั้ง prostaglandin E2 (PGE2) ทำให้ไม่ถ่ายเหลว

11.ฤทธิ์ต่อต้านเชื้อไวรัส Punicalagin

และก็ฟลาโวนอยด์จากทับทิมมีฤทธิ์ต่อต้านเชื้อไวรัสโรคไข้หวัด โดยสามารถยับยั้งไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ฮ่องกงในคน (H3N2) ในหลอดทดลอง ยิ่งกว่านั้นยังมีแถลงการณ์ว่าสามารถฆ่าเชื้อโรคเชื้อไวรัสเอดส์ได้ด้วย

12.ฤทธิ์ต่อต้านการอักเสบ

สารสกัดด้วยเมทานอลแล้วก็น้ำจากผลทับทิม สาร สกัดทับทิม กรดไขมันจากเมล็ดทับทิม punicic acid แล้วก็สารที่แยกได้จากทับทิมยกตัวอย่างเช่น punicalagin, punicalin, strictinin A และ granatin B มีฤทธิ์ต้านทานการอักเสบ โดยพบว่ามีกลไกการออกฤทธิ์หลายแบบอาทิเช่น

ยั้งการสร้างสารที่กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดการอักเสบตัวอย่างเช่นไนตริกออกไซด์ PGE2 แล้วก็ TNF-a รวมทั้งกดรูปแบบการทำงานของเอ็นไซม์ที่กระตุ้นการสังเคราะห์สารที่นำมาซึ่งการก่อให้เกิดการอักเสบ คือ COX-2 ยิ่งไปกว่านี้สารสกัดเปลือกผลทับทิมที่มี ellagic acid ปริมาณร้อยละ 13 ก็สามารถยับยั้งการผลิตไนตริกออกไซด์ได้

13.ฤทธิ์ต้านการแพ้

การทดสอบฤทธิ์ต้านการแพ้ของสารสกัดจากเปลือกผลทับทิมที่มี ellagic acid จำนวนร้อยละ 13 พบว่าสามารถยับยั้งการปล่อย β-hexosaminidase ซึ่งเป็นเอ็นไซม์ที่ทำให้เกิดการแพ้เมื่อกระทำการทดลองในเซลล์ของมะเร็งเม็ดเลือดขาวของหนูแรท (RBL-2H3)

14.ฤทธิ์ป้องกันตับ สาร ellagic acid

มีฤทธิ์คุ้มครองปกป้องตับจากพิษของคาร์บอนเตตร้าคลอไรด์ อัลฟลาทอกซิน อัลกอฮอล์ และN-2-fluronenylacetamide ในสัตว์ทดสอบ แล้วก็พบว่าดอกทับทิมมีฤทธิ์ต้านทานอนุมูลอิสระรวมทั้งปกป้องรักษาตับจากพิษของ ferric nitrilotriacetate

15.ฤทธิ์ลดไขมันในเลือด

น้ำทับทิมมีฤทธิ์ลดคอเลสเตอรอลในเลือดของคนไข้ไขมันในเลือดสูง ลดระดับการเกิดออกซิเดชันของไขมัน แล้วก็ช่วยเพิ่มปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระในเลือด สารสกัดจากดอกแล้วก็เปลือกทับทิม แล้วก็ ellagic acid ช่วยลดคอเลสเตอรอล, LDL, VLDL, ไตรกลีเซอไรด์ แล้วก็ช่วยเพิ่ม HDL

16.ฤทธิ์ลดปริมาณของระดับน้ำตาลซึ่งอยู่ภายในเลือด

มีรายงานว่าดอก เมล็ด น้ำทับทิม สารสกัดจากเปลือกทับทิม และก็สารสำคัญจากทับทิม ได้แก่ polyphenols, oleanolic acid, ursolic acid รวมทั้ง gallic acidมีฤทธิ์ลดปริมาณระดับน้ำตาลที่อยู่ภายในเลือด โดยเกี่ยวเนื่องกับการกระตุ้น (peroxisome proliferator-activated receptor gamma (PPAR-γ) ยั้งการดูดซึมและการผลิตกลูโคส ยั้งเอ็นไซม์กลูโคซิเดส รวมทั้งกระตุ้นการหลั่งอินซูลินจากเซลล์ตับอ่อน

17.ฤทธิ์คุ้มครองต้อกระจก สาร ellagic acid

ฉีดเข้าท้องช่วยป้องกันการเกิดต้อกระจกในหนูแรทที่ถูกเหนี่ยวนำด้วย selenite โดยผ่านกลไกการต้านอนุมูลอิสระ แล้วก็ยั้งการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นของไขมัน

กลับสู่หน้าหลัก https://www.ezrasnefesh.com/

My Review

Review Form...

Reviews

Loading Reviews...